ชื่อเรื่อง              ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้การเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ เทคนิค TAI กับวิธีสอนแบบปกติที่ มีผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ตรีโกณมิติ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

ผู้ศึกษาค้นคว้า     นายไพริน วาปีโกมล

อาจารย์ที่ปรึกษา   อาจารย์ ดร.นิราศ จันทรจิตร

บทคัดย่อ

          การจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษายังไม่ ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งเกิดจากครูผู้สอนไม่คำนึงถึงความแตกต่างของผู้เรียน ขาดการส่งเสริมให้นักเรียนช่วยเหลือร่วมมือกันในการเรียนรู้ ยังใช้วิธีสอนแบบถ่ายทอดความรู้จากเอกสารตำรา แล้วอธิบายให้นักเรียนเกิดความรู้ในเนื้อหา โดยนักเรียนคอยรับรู้จากครูผู้สอนเพียงอย่างเดียว ทำให้นักเรียนขาดทักษะการฝึกคิด การคำนวณ การวิเคราะห์และการแก้ปัญหา ซึ่งส่งผลทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนต่ำ ดังนั้นการศึกษาค้นคว้าอิสระครั้งนี้ จึงมีความมุ่งหมายเพื่อพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง ตรีโกณมิติ โดยใช้การเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ เทคนิค TAI และแบบปกติ ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้ เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังเรียนของนักเรียน และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ เรื่อง ตรีโกณมิติ โดยใช้การเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ เทคนิค TAI และแบบปกติ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 โรงเรียนนาข่าวิทยาคม สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคาม จำนวน 56 คน จากห้องเรียน 2 ห้องได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุมกลุ่มละ 28 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้มี 3 ชนิด ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง ตรีโกณมิติ ตามรูปแบบการสอน 2 วิธี คือ การสอนโดยใช้การเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือเทคนิค TAI และการสอนแบบปกติ ชนิดละ 8 แผนๆ ละ 2 ชั่วโมง แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ มีค่าอำนาจจำแนกรายข้อตั้งแต่ 0.27 ถึง 0.83 ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.89 และแบบวัดความพึงพอใจชนิดมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 15 ข้อ มีค่าอำนาจจำแนกราย (rxy) ข้อตั้งแต่ 0.38 ถึง 0.67 ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.82 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการทดสอบสมมติฐานใช้ t - test (Independent Samples)

            ผลการศึกษาค้นคว้าปรากฏ ดังนี้

                1. แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้การเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ เทคนิค TAI และการเรียนรู้แบบปกติ เรื่อง ตรีโกณมิติ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ผู้ศึกษาค้นคว้าพัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพ เท่ากับ 83.47/82.50 และ 80.45/79.40 ตามลำดับ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้

                2. ดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้การเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ เทคนิค TAI และการเรียนรู้แบบปกติ เรื่อง ตรีโกณมิติ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีค่าเท่ากับ 0.7247 และ 0.6888 ตามลำดับ

                3. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนโดยใช้การเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ เทคนิค TAI มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่า นักเรียนที่เรียนโดยใช้การเรียนรู้แบบปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

               4. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้การเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ เทคนิค TAI โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนนักเรียนที่เรียนตามแผนการจัดการเรียนรู้แบบปกติ มีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมาก 

                โดยสรุป รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือเทคนิค TAI มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าการจัดการเรียนรู้แบบปกติ และผู้เรียนมีความพึงพอใจในการเรียนรู้อยู่ในระดับมากที่สุด ดังนั้นการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ เทคนิค TAI เรื่อง ตรีโกณมิติ จากการศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้จึงสามารถนำไปใช้ประกอบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ให้บรรลุผลและมีประสิทธิภาพได้

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช